ประธานอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เข้าตรวจเยี่ยมการเก็บตัวฝึกซ้อมวอลเลย์บอลหญิง-ชาย ชุดลุยศึกซีเกมส์ 2025 หลังอนุมัติงบเก็บตัวงวดแรก ที่ สนามฝึกซ้อมชั้น 3 ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย
พลเอก ดร.สุภมนัส ภารพบ ประธานอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ภาค 2 พร้อมด้วย นายชนาสิน สิมะดำรงค์ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยได้เยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาวอลเลย์บอลในร่มชาย-หญิงทีมชาติไทย และได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการฝึกซ้อม ปัญหาและอุปสรรคในการฝึกซ้อม และสิ่งที่ต้องการรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
โดยมี จ่าอากาศเอกนัฐพงศ์ เกษาพันธ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน, โค้ชปาร์ค กี วอน เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ และนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงและชาย ให้การต้อนรับ
พลเอกสุภมนัส กล่าวว่า “หลังจากคณะกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรีนายสุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ เป็นประธาน มอบหมายให้คณะอนุกรรมการมาติดตามกำกับดูแลการฝึกซ้อมของนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ หลังมีมติได้ออกมาเยี่ยมให้กำลังใจนักกีฬาทันที”
“โดยก่อนหน้านี้ได้ไปเยี่ยมแล้ว 7-8 สมาคมกีฬา ซึ่งเป็นการติดตามให้กำลังใจพร้อมกับรับฟังข้อขัดข้องของนักกีฬาเพื่อเก็บมาปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว สิ่งที่ได้รับฟังจากเสียงของนักกีฬาส่วนใหญ่จะติดขัดเรื่องการอนุมัติงบประมาณของทางภาครัฐที่ล่าช้า”
“ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีการอนุมัติงบประมาณในการเก็บตัวฝึกซ้อม และค่าที่พักงวดแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 248 ล้านบาท ซึ่งการออกมาเจอนักกีฬาในครั้งนี้ประเด็นสำคัญคือการไถ่ถามตัวนักกีฬาว่าได้รับเงินในส่วนนี้แล้วหรือยัง โดยการฝึกซ้อมของนักกีฬาชุดซีเกมส์ในช่วงแรกจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2567 ไปจนถึง 30 เมษายน ซึ่งยังถือว่าเป็นช่วงที่ 1 จากนั้นในช่วงที่ 2 จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไปจนถึงช่วงแข่งขัน”
พลเอกสุภมนัส กล่าวต่อว่า “สำหรับการมาเยี่ยมในวันนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ “โค้ชอ๊อต” กลับมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมหญิงอีกครั้ง ซึ่งนักกีฬาหญิงทีมชาติไทยชุดนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ 3 เป็นนักกีฬาที่อายุยังน้อย หลายคนอาจไม่คุ้นหน้าคุ้นตา หลายคนโตมากับการแข่งขันลีกในประเทศ รวมถึงระบบการจัดการของสมาคมฯเองถือว่าดีมาก มีการใช้โปรแกรมการวางแผนในการประเมินคู่ต่อสู่จากประเทศอิตาลี สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการพัฒนาที่ดี จากการประเมินสมรรถนะนักกีฬาในการฝึกซ้อมช่วงแรก แม้ว่าจะเป็นนักกีฬาหน้าใหม่ แต่ได้รับการยืนยันจากโค้ชว่าดีขึ้น ก่อนหน้านี้การอนุมัติงบเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬาเป็นไปอย่างล่าช้า”