วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ถือเป็นหนึ่งในกองหลังระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอลยุโรป โดยมีชื่อจากการเป็นแนวรับระดับทีมชาติสวีเดน และการมาค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วิคเตอร์ เจอร์เกน นีลส์สัน ลินเดอเลิฟ เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 ที่เมืองเวสเตราส ประเทศสวีเดน เขาเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลในบ้านเกิดกับสโมสรเวสเตราส เอสเค ในระดับเยาวชนก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2009 ด้วยวัยเพียง 15 ปี แม้จะอายุยังน้อย แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความสามารถที่เกินวัย และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในระดับดิวิชัน 1 ของสวีเดนในช่วงปีแรกๆ ที่เริ่มต้นอาชีพ
ในปี 2011 ลินเดอเลิฟได้รับความสนใจจากแมวมองของเบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งโปรตุเกส และได้ย้ายมาร่วมทีมเยาวชนของเบนฟิก้า ซึ่งเขาใช้เวลาในการพัฒนาอยู่กับทีมสำรองอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะได้รับโอกาสขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2013 โดยในช่วงแรกเขายังไม่ใช่ตัวหลักของทีม แต่จากความมุ่งมั่นและความพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในฤดูกาล 2015/2016 เขาเริ่มได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และกลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของแนวรับเบนฟิก้าในฤดูกาลต่อมา โดยมีสถิติลงสนามให้ เบนฟิก้า รวมทุกฤดูกาล 73 นัด ยิงไป 2 ประตู
ผลงานที่โดดเด่นของเขากับเบนฟิก้าทำให้เขาได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป จนในที่สุดเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2017 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ในขณะนั้น ได้จัดการคว้าตัวเขามาร่วมทัพด้วยค่าตัวราว 31 ล้านยูโร (ประมาณ 30 ล้านปอนด์) พร้อมออปชั่นเพิ่มเติมอีก 10 ล้านยูโร โดยลินเดอเลิฟกลายเป็นนักเตะสวีดิชคนที่ 5 ที่ได้เล่นให้กับ “ปีศาจแดง”
ช่วงเริ่มต้นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลินเดอเลิฟประสบปัญหาในการปรับตัวเล็กน้อย เนื่องจากความเข้มข้นของเกมพรีเมียร์ลีกที่แตกต่างจากลีกโปรตุเกส แต่เขาค่อยๆ ปรับจังหวะการเล่นได้ และกลายเป็นตัวหลักในแนวรับของทีมร่วมกับนักเตะอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยเขาได้รับคำชมจากการอ่านเกม การจ่ายบอลที่แม่นยำ รวมถึงความนิ่งยามเผชิญหน้ากับแรงกดดัน
จนถึงปี 2025 ลินเดอเลิฟลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปแล้วมากกว่า 250 นัดในทุกรายการ พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (2016/17), ลีก คัพ (2022/23) และเข้าถึงรอบลึกๆ ในหลายรายการใหญ่ อย่างไรก็ตามด้วยอาการบาดเจ็บ ที่มักคอยรบกวนเขาเป็นระยะ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ไม่สามารถลงเล่นได้อย่างสม่ำเสมอในช่วงหลัง และกำลังจะหมดสัญญาออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เร็วๆนี้
ในนามทีมชาติ ลินเดอเลิฟเปิดตัวกับทีมชาติสวีเดนชุดใหญ่ในปี 2016 และกลายเป็นกำลังสำคัญทันที โดยเขามีบทบาทสำคัญในการพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งสวีเดนสามารถทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างน่าประทับใจ เขายังเป็นตัวหลักของทีมในทัวร์นาเมนต์ยูโร 2020 และยังคงเป็นกัปตันทีมชาติในยุคปัจจุบัน โดยรับหน้าที่นำทัพทั้งในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกและยูโร
คงต้องมาติดตามกันว่า วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ จะได้รับการขยายสัญญาออกไปหรือไม่ หรือจะเลือกย้ายไปยังทีมอื่นที่ยื่นข้อเสนอมาเช่นกัน แน่นอนว่าเขายังสามารถเล่นอยู่ในเวทีฟุตบอลระดับสูงได้ เพียงแต่ต้องสลัดอาการบาดเจ็บที่เรื้อรังต่อเนื่องออกไป