ประวัตินักกีฬา

เบน ชิลเวลล์ แข้งผู้เกือบยอมแพ้หันไปหาคริกเก็ต ก่อนลุยทางฟุตบอลต่อจนได้ดี 

เบน ชิลเวลล์ แข้งผู้เกือบยอมแพ้หันไปหาคริกเก็ต ก่อนลุยทางฟุตบอลต่อจนได้ดี 

 กลายเป็นนักเตะดังอีกคนที่อาจชวดไปฟุตบอลโลก 2022 สำหรับ เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้ายของ เชลซี ที่ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง ต้องรอเช็กอาการจนวินาทีสุดท้าย

 ชิลเวลล์ มีชื่อเต็มว่า เบนจามิน เจมส์ ชิลเวลล์ เกิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 1996 ครอบครัวมีรากฐานมาจาก นิวซีแลนด์ ก่อนมาตั้งรกรากอยู่ในเมือง มิลตัน คีนส์ ประเทศอังกฤษ ด้วยเหตุนี้ทำให้ครอบของเขานั้นสนใจในกีฬารักบี้ มากกว่าฟุตบอล

 อย่างไรก็ตาม เด็กน้อย เบน ชิลเวลล์ ถือเป็นผู้พาให้ครอบครัวของเขาหันมาสนใจในกีฬาฟุตบอล เป็นคนแรก  ประสบการณ์ครั้งแรกกับลูกกลมๆนี้ เกิดขึ้นในสวนหลังบ้านของเขาเอง ที่พยายามชักชวนคุณพ่อมาสร้างเสาประตู และเล่นร่วมกัน

เบน ชิลเวลล์

 หลังจากฝึกซ้อมในบ้านมากพอดู คุณพ่อซึ่งต้องการสนับสนุนความชื่นชอบของลูกชาย ได้พาเขาไปสมัครเข้าทีม วูเบิร์น ไลออนส์ ซึ่งเป็นทีมท้องถิ่นใน มิลตัน คีนส์ ทำให้เขามีความสุขมากที่ได้เล่นฟุตบอลกับเด็กคนอื่นๆ 

 “ผมยังจำเกมแรกของผมได้ เราแข่งกับ วิลเลน ซึ่งเป็นอีกทีมในมิลตัน คีนส์ ผมคิดว่าเกมนั้นเราเอาชนะเขาได้ 15 หรือ 16-0 แต่เมื่อโตขึ้นก็เหลือพวกเราไม่กี่คนจากทีมที่เล่นด้วยกันตั้งแต่อายุ 6 หรือ 7 ขวบ มีพวกเรา 4 คนไปเป็นนักวิชาการ  2 คนที่เลสเตอร์ และอีก 2 คน ที่เอ็มเค ดอนส์” ชิลเวลล์ ย้อนสมัยยังเด็ก

 เวลาต่อมา ชิลเวล ได้ย้ายไปอยู่กับศูนย์ฝึกฟุตบอล เบลต์ชลีย์ ยูธ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองในการก้าวสู่สโมสรที่ใหญ่กว่า เขาค่อยๆพัฒนาตัวเองขึ้นมา ภายใต้แรงผลักดันจากคุณพ่อ ที่มักจะเคี่ยวเข็ญให้เขาทำงานอย่างหนัก และฝึกฝนอยู่เสมอ ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการทดสอบกับ รัชเดน แอนด์ ไดมอนด์ส ที่เพิ่งตั้งทีมขึ้นใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเขา 24 กม.

 ที่รัชเดน แอนด์ ไดมอนด์ส นับเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นสะพานให้ แมวมองจากเลสเตอร์ ซิตี้ เชิญเขาไปร่วมทดสอบฝีเท้าด้วย เขาใช้เวลา 6 สัปดาห์ ก่อนที่ เลสเตอร์ จะตัดสินใจรับเขาเข้าทีม

 ชิลเวลล์ เริ่มฝึกฝนฟุตบอลกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในวัย 12 ปี แต่ดูเหมือนว่า ความพยายามของเขาจะไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าไหร่นัก หลังจากผ่านไป 3 ปี เขาก็ยังคงอยู่ในชุดอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่สามารถขึ้นไปเล่นในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ได้ ทำให้คิดว่าตัวเองจะต้องโดนปล่อยตัวออกจากทีมแน่นอน

 ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของ ชิลเวลล์ แบบสุดๆ เพราะ 1 ปี ก่อนหน้านั้นเขาก็ถูกทาบทามให้เข้าไปเล่นในทีมคริกเก็ตทีมหนึ่งเหมือนกัน ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะย้ายไปเล่น คริกเก็ต หรือจะเดินหน้าในเส้นทางลูกหนังต่อไป

 “ผมไม่ได้สนุกกับการเล่นคริกเก็ตมากนัก เพราะเหมือนต้องใช้เวลานานกับคนที่ไม่ใช่เพื่อนของผมจริงๆ เวลานั้นผมอาจไม่เก่งในเรื่องฟุตบอล แต่แล้วผมก็ตัดสินใจให้โอกาสตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย”

 เป็นอีกครั้งที่พ่อของเขาเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้ วันหนึ่งพ่อเดินมาบอกกับเขาที่กำลังครุ่นคิดว่าให้ทำตาม พรสวรรค์ที่พาตัวเขามาได้ไกลขนาดนี้ต่อไป และหลังจากนั้นไม่นาน ชิลเวลล์ ก็กลับมามุ่งมั่นกับการซ้อม และได้รับเลือกให้ไปต่อกับทีมในที่สุด ทั้งยังพัฒนาตัวเองจนได้รับรางวัลนักเตะอะคาเดมีแห่งปีเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2014–15 อีกด้วย

 ฤดูกาล 2015/2016 กลายเป็นจุดเปลี่ยนในสโมสรและอาชีพระดับชาติของเขา ชิลเวลล์ได้เลื่อนชั้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ และถูกเรียกตัวให้ทีมชาติอังกฤษ ยู-18 ซึ่งฤดูกาลเดียวกันนี้ เป็นปีที่เลสเตอร์ ซิตี้ เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก มาครั้งเป็นสมัยแรกได้สำเร็จ

เบน ชิลเวลล์

 จากดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ชิลเวลล์ ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะแกนหลักของเลสเตอร์ อย่างเต็มตัว และได้รับความสนใจจากหลายสโมสรอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2020 เป็นเชลซี ที่ทุ่มเงินกว่า 45 ล้านยูโร ดึงเข้าไปร่วมทีมในที่สุด ก่อนที่จะคว้าแชมป์เปียนส์ลีก กับเชลซี ได้ในปี 2020/21 และแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2021

 ปัจจุบัน ชิลเวลล์ ลงเล่นให้เชลซีไปแล้ว 68 นัด ยิงไป 8 ประตู แม้ช่วงหลังจะได้สลับกันลงเล่นกับ มาร์ก คูคูเรญ่า แบ๊กซ้ายที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม แต่เมื่อได้ลงสนาม ชิลเวลล์ ก็มักจะเล่นอยู่ในมาตรฐานที่ดีของตัวเองอยู่เสมอ 

 คงต้องลุ้นกันอย่างหนักสำหรับแฟนทีมชาติอังกฤษ และแฟนเชลซี ว่าสุดท้ายแล้ว ชิลเวลล์ จะหายทันไปช่วยทีมลุยฟุตบอลโลก ได้หรือไม่ หากไม่ได้ คงส่งผลกระทบไม่น้อยสำหรับทีมชาติอังกฤษ ในครั้งนี้ 

Most Popular

To Top