แม้จะตัดสินใจหนีจากแดนยุโรป ไปโกยเงินถุงเงินถึงในซาอุดิอาระเบีย แต่ชื่อของ เอ็นโกโล กองเต้ ก็ยังถือว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของโลก ในปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่ามีหลายทีมกำลังให้ความสนใจเขากลับมาเล่นในยุโรปอีกครั้งด้วย
เอ็นโกโล กองเต้ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1991 ในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครอบครัวของเขาเป็นผู้อพยพจากมาลี ซึ่งมาตั้งรกรากในฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงปี 1980 กองเต้ เติบโตขึ้นมาในย่านที่ไม่ค่อยมีความมั่งคั่งนัก และต้องช่วยครอบครัวทำงานหนักตั้งแต่เด็ก โดยงานหลักของเขาคือการเก็บขยะรีไซเคิลตามท้องถนนในกรุงปารีสเพื่อขายเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัว ขณะที่พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ทำให้แม่ของเขาต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกๆ หลายคนเพียงลำพัง
แม้ว่าจะมีชีวิตที่ยากลำบาก แต่ กองเต้ ก็มีความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลข้างถนนเหมือนเด็กทั่วไป และเมื่ออายุได้ 8 ขวบ ก็ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของสโมสรเล็กๆ อย่าง ซูเรสน์ ซึ่งเป็นทีมระดับท้องถิ่นใกล้กับกรุงปารีส โดยโค้ชของทีมประทับใจในความมุ่งมั่นและพลังงานที่ไม่มีหมดของเขา แม้ว่าตัวเขาจะตัวเล็กกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ แต่ความขยันและการอ่านเกมของเขาทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่โดดเด่น
กองเต้ เล่นอยู่กับ ซูเรสน์ เป็นเวลานานกว่า 10 ปี แม้ว่าเขาจะมีทักษะและความสามารถที่ยอดเยี่ยม แต่ด้วยขนาดร่างกายที่เล็ก ทำให้หลายสโมสรใหญ่ในฝรั่งเศสมองข้ามเขาไป อย่างไรก็ตาม เขายังคงมุ่งมั่นและทำงานหนัก จนกระทั่งในปี 2010 กองเต้ ได้รับโอกาสเข้าร่วมทีมสำรองของ บูโลญจน์ สโมสรในระดับดิวิชั่นสามของฝรั่งเศส
ในปี 2012 กองเต้ ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ บูโลญจน์ เป็นครั้งแรก และในปี 2013 เขาย้ายไปเล่นให้กับ ก็อง สโมสรที่อยู่ในระดับลีกเดอซ์ (ดิวิชั่น 2 ของฝรั่งเศส) ซึ่งที่นี่เองที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก ด้วยสไตล์การเล่นที่มีความขยัน วิ่งไม่มีหมด และเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลาง เขาช่วยให้ ก็อง เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกเอิงในปี 2014 และยังโชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่องจนเตะตาแมวมองจากต่างประเทศ
ในปี 2015 เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว กองเต้ ไปร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 5.6 ล้านปอนด์ การย้ายมาเล่นที่อังกฤษถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเขา กองเต้ กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2015/16 ภายใต้การคุมทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี เขาช่วยให้ทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยสถิติการตัดบอลและแย่งบอลคืนที่สูงที่สุดในลีก ซึ่งความขยันและการเล่นแบบไม่เห็นแก่ตัวของเขาทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างชื่นชอบในตัวเขา
หลังจากฤดูกาลอันน่าทึ่งกับ เลสเตอร์ ซิตี้ กองเต้ ได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2016 ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ และยังคงรักษามาตรฐานการเล่นของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาช่วยให้ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ทันทีในฤดูกาลแรกที่ร่วมทีม นอกจากนี้ เขายังคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ และ นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักข่าวฟุตบอลอังกฤษ ในปี 2017
จากนั้น กองเต้ ยังคงเป็นกำลังสำคัญของ เชลซี อย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2018, ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2019 และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2021 นอกจากนี้ ในระดับทีมชาติ เขายังเป็นตัวหลักของทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 โดยบทบาทของเขาในแดนกลางช่วยให้ทีมตราไก่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งและคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
แม้จะประสบความสำเร็จมากมาย แต่ กองเต้ ยังคงมีบุคลิกที่เรียบง่ายและถ่อมตัว เขาไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเองและใช้ชีวิตอย่างสมถะ แม้จะเป็นนักฟุตบอลระดับโลก แต่เขายังคงขับรถ มินิ คูเปอร์ คันเดิมที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอยู่ เลสเตอร์ ซิตี้ และมักจะมีรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์เสมอ
กระทั่งในปี 2023 กองเต้ ตัดสินใจย้ายออกจากยุโรปไปค้าแข้งกับ อัล-อิตติฮัด ในลีกซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของเส้นทางอาชีพของเขา และแม้จะย้ายไปเล่นในตะวันออกกลาง แต่ชื่อของ กองเต้ ยังคงเป็นที่จับตา และคงฟอร์มการเล่นคุณภาพของตัวเองเอาไว้ได้
ปัจจุบัน กองเต้ ยังคงหาความท้าทายของตัวเองในดินแดน ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงมีข่าวว่าหลายทีมในยุโรป ต่างกำลังเล็งคว้าตัวเขาไปเสริมทัพ แม้ กองเต้ จะมีอายุถึง 34 ปีแล้วก็ตาม คงต้องมารอติดตามกันว่า แฟนบอล จะได้เห็น กองเต้ กลับมาโลดแล่นในลีกระดับโลก และดินแดนยุโรปอีกครั้งหรือไม่