ประวัตินักกีฬา

อังเคล ดิมาเรีย แข้งโจ๊กเกอร์ ผู้ชื่นชอบสังหารประตูในรอบชิงให้อาร์เจนตินา

อังเคล ดิมาเรีย

ไม่จำเป็นต้องเล่นดีในช่วงที่ผ่านมา แต่ขอแค่เวลาสำคัญสามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้ก็เกินพอ นี่คือ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ลงมาช่วยยิงประตูในรอบชิงชนะเลิศ เป็นส่วนหนึ่งที่พา อาร์เจนตินา เอาชนะ ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ 

 อังเคล ฟาเบียน ดิ มาเรีย เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1988 ในเมืองโรซาริโอ รัฐซานตาเฟ ประเทศอาร์เจนตินา เขาได้สัมผัส และได้หัดลองเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 3 ขวบ ต่อมาไม่นานได้ฝึกฝนกับ โตริโต ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะได้เข้าทีมเยาวชนของ โรซาริโอ เซนทรัล ในวัย 4 ขวบ

 ดิมาเรีย ถือเป็นหนึ่งในเด็กพรสวรรค์ของทีม ที่มีเท้าซ้ายสุดอันตราย แต่เส้นทางการขัดเกลาฝีเท้าของเขาก็ไม่ได้ราบเรียบนัก เนื่องจากครอบครัวเขาไม่ได้ร่ำรวย ทำให้จำเป็นต้องไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานในลานถ่านหินละแวกบ้าน เพื่อนำเงินมาเป็นค่าขนม รวมถึงใช้ซื้อสตั๊ดไว้ใช้เตะบอลด้วย

 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ดิมาเรีย เป็นคนที่สู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ในขณะเดียวกันก็พยายามฝึกซ้อมเพื่อเป็นนักเตะอาชีพให้ได้ จะได้นำเงินมาจุนเจือครอบครัว และเมื่ออายุได้ 17 ปี เขาก็ได้เดบิวต์ เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ของ โรซาริโอ เซ็นทรัล ก่อนลงช่วยทีม 2 ฤดูกาล ทำไป 6 ประตูจาก 39 นัดรวมทุกรายการ และติดทีมชาติ อาร์เจนตินา ลุยฟุตบอลเยาวชนโลก ปี 2007 

อังเคล ดิมาเรีย

 ดิมาเรีย โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทำไป 3 ประตูในทัวร์นาเมนต์ ช่วยให้อาร์เจนตินา คว้าแชมป์เยาวชนโลก อายุไม่เกิน 20 ปีได้สำเร็จ ก่อนจะได้รับความสนใจจากหลายทีมไม่ว่าจะเป็น โบคา จูเนียร์ส ยักษ์ใหญ่ในอาร์เจนตินา รวมถึงอาร์เซนอล ยอดทีมในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แต่สุดท้ายเป็น เบนฟิก้า ที่คว้าตัวเขาไปได้สำเร็จ พร้อมกับนำเงินที่ได้จากการทำสัญญามอบให้ครอบครัว และขอให้คุณพ่อคุณแม่เลิกทำงาน

 เมื่อมายังแผ่นดินยุโรป กับ ลีกโปรตุเกส ดิมาเรีย ยังมีฝีเท้าที่โดดเด่น เขาช่วยให้ เบนฟิกา คว้าแชมป์ลีก ในปี 2009/10 และแชมป์ลีก คัพ อีก 2 สมัย ในปี 2008/09 กับ 2009/10 ซึ่งช่วงระหว่างนั้น ยังติดทีมชาติอาร์เจนตินา ร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี ช่วยกันคว้าแชมป์ โอลิมปิกเกมส์ 2008 มาครองอีกด้วย ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศก็เป็นเขาเองที่ยิงประตูชัยให้กับทีม

 ชื่อเสียง และฝีเท้าของ ดิมาเรีย กลายเป็นที่พูดถึง และถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง กระทั่งฤดูกาล 2010/11 ก็เป็น เรอัล มาดริด ที่ทุ่มเงิน 25 ล้านยูโร บวกแอดออนอีก 11 ล้านยูโร ดึงตัวเขามาร่วมทีม และที่แห่งนี้ ดิมาเรีย ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย คว้าแชมป์ ลาลีก้า 1 สมัย, โคปา เดล เรย์ 2 สมัย, ซูเปอร์โคปา 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ยิงรวมทั้งหมด 37 ประตูจาก 197 นัด

 เมื่อถึงจุดอิ่มตัว และต้องการหาความท้าทายใหม่ ประจวบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ให้ความสนใจ เขาจึงเลือกย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่การมาของเขาในครั้งนี้่ ค่อนข้างน่าผิดหวัง เมื่อ ดิมาเรีย ประสบกับปัญหาการปรับตัว และไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดี ทำให้เขาอยู่กับทีมเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น ก็ต้องย้ายไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 อย่างไรก็ตามการมาเล่นในลีก เอิง ทำให้ ดิมาเรีย ได้กลับสู่ฟอร์มที่้ดีอีกครั้ง ก่อนจะคว้าแชมป์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นลีกเอิง 5 สมัย, คูเป เดอ ฟรองซ์ 5 สมัย, คูเป เดอ ลา ลีก 4 สมัย, ซูเปอร์คัพ อีก 4 สมัย และที่น่าจะทำให้ประทับใจที่สุด ก็คงเป็นการยิงประตูชัยให้ ทีมชาติ อาร์เจนตินา เอาชนะ บราซิล คว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2021 

 ปัจจุบัน ดิมาเรีย ย้ายมาเล่นในเซเรีย อา อิตาลี กับ ยูเวนตุส แม้ฟอร์มจะยังไม่ดีนัก แต่สำหรับทีมชาติอาร์เจนตินา เขาคือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่มักจะเรียกฟอร์มกลับมาในวันที่ทีมต้องการมาโดยตลอด

 จากการได้แชมป์โลก มาครอง น่าจะทำให้ ดิมาเรีย กลับมามั่นใจ และกลับสู่ฟอร์มที่ดีได้อีกครั้งแม้จะอยู่ในวัย 34 ปี แล้วก็ตาม

Most Popular

To Top