ประวัตินักกีฬา

ราฮีม สเตอร์ลิง แนวรุกฟอร์มร่วง ที่มีประสบการณ์มากที่สุดในพรีเมียร์ ลีก

ราฮีม สเตอร์ลิง

ราฮีม สเตอร์ลิง คือหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ ด้วยทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม และความเร็วอันจัดจ้าน อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ฟอร์มของเขาเริ่มถดถอยลงไปจนเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น แม้จะถูกยืมตัวมาอยู่กับ อาร์เซนอล แล้วก็ตาม

ราฮีม สเตอร์ลิง เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 ที่เมืองคิงส์ตัน ประเทศจาเมกา ก่อนจะย้ายมาอังกฤษพร้อมกับครอบครัวตอนอายุ 5 ขวบ เขาเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับอะคาเดมีของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และโดดเด่นจน ลิเวอร์พูล คว้าตัวไปในปี ค.ศ. 2010 ด้วยวัยเพียง 15 ปี หลังจากพัฒนาฝีเท้าอยู่ในทีมเยาวชนได้ไม่นาน เขาก็ได้รับโอกาสขึ้นชุดใหญ่และลงประเดิมสนามให้ทีมในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในพรีเมียร์ลีก

ภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สเตอร์ลิง ค่อยๆได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฤดูกาล 2013/14 ที่เขาผนึกกำลังกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ พาทีมมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างจริงจัง แม้ว่าสุดท้ายจะพลาดไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามผลงานของเขาก็ได้รับการยอมรับไปทั่ว พร้อมกับได้รับความสนใจจากหลายทีม กระทั่งปี ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง ก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 49 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษที่ค่าตัวแพงที่สุดในเวลานั้น และกลายเป็นลูกชังของแฟนบอลลิเวอร์พูล ในเวลาเดียวกัน

การมาค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้สเตอร์ลิงยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอีกขั้น เขาพัฒนาทั้งเรื่องการจบสกอร์ การเล่นเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ และกลายเป็นกำลังหลักของทีมตลอดหลายฤดูกาล โดยเขามีส่วนช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัย (2017/18, 2018/19, 2020/21, 2021/22) และเป็นหนึ่งในแนวรุกที่อันตรายที่สุดของลีก

ราฮีม สเตอร์ลิง

กระทั่งเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ปี ค.ศ. 2022 สเตอร์ลิง ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัวประมาณ 47.5 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเชลซีที่ต้องการสร้างทีมใหม่ และสเตอร์ลิงถูกคาดหวังให้เป็นแนวรุกคนสำคัญของทีม อย่างไรก็ตาม ฟอร์มของเขาในช่วงแรกกับเชลซีไม่โดดเด่นเท่ากับที่เคยเป็นกับซิตี้ เนื่องจากทีมอยู่ในช่วงปรับตัวและต้องเผชิญกับปัญหาภายในหลายอย่าง

หลังจากสองฤดูกาลที่เชลซี ผลงานของสเตอร์ลิงไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้ช่วงหลังๆเขาไม่ค่อยถูกส่งลงสนาม และในช่วงซัมเมอร์ปี ค.ศ. 2024 ก็เป็น อาร์เซนอล ที่ตัดสินใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล โดย มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของอาร์เซนอล ต้องการเพิ่มตัวเลือกในแนวรุกเพื่อช่วยให้ทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และมองว่าสเตอร์ลิงยังคงมีศักยภาพที่จะสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

 อย่างไรก็ตาม ฤดูกาล 2024/25 สเตอร์ลิง ยังคงเป็นแค่ตัวสำรองเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำผลงานได้ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเรียกฟอร์มเก่งกลับมา

 ในระดับทีมชาติ สเตอร์ลิง เป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษมาโดยตลอด เขาติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 รวมถึงรอบชิงชนะเลิศของยูโร 2020 โดยตลอดเส้นทางของเขากับทีมชาติอังกฤษ มักถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่น แต่ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองเป็นตัวเลือกแรกๆของโค้ชอยู่เสมอ

 ปัจจุบัน สเตอร์ลิง ยังคงจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในแนวรุกที่มีประสบการณ์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก แม้เวลานี้ยังไม่รู้ว่าอนาคตเขาจะเป็นอย่างไรหลังจากหมดสัญญายืมตัวกับอาร์เซนอลแล้ว คงต้องมาติดตามกันอีกครั้งเมื่อถึงเวลานั้น

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Most Popular

To Top